แปลกใจมั้ยทำไมเรายังไม่มีความสุขทั้งๆที่งานก็ดีแถมยังเป็นคนมีสังคม

เราอยู่ในโลกที่เพียบพร้อมสุดๆ แค่สั่งพิซซ่าก็มาส่งถึงประตูบ้าน เราถูกเอาใจจากการซื้อของออนไลน์ สามารถซื้อได้ทุกอย่างตั้งแต่ร้องเท้าผ้าใบยันชุดชั้นในเพียงปลายนิ้วคลิก ขนาดคู่เดทซักคนเรายังปัดซ้ายขวาที่หน้าจอเพื่อเลือกได้เลย เราทำงานได้รายได้มากกว่าที่พ่อแม่เคยทำได้ พวกเรายังหนุ่มสาว มีอิสระ กำลังสนุกกับชีวิต

แต่อย่างนั้นก็เหอะลึกๆพวกเรากลับทุกข์ใจ เครียดกับงานที่ออกมาไม่เพอเฟค ไม่มีความสุขเพราะเพื่อนร่วมงานไม่ดีอย่างที่คิด หวาดระแวงเพราะร่างกายของเราไม่ดีพร้อม เรากลับมีความเครียดมากกว่าที่พ่อแม่เราเคยเป็น พวกเรากระฉับกระเฉงไม่เท่าตอนที่พวกเขาอายุเท่าเรา ก่อนนอนพวกเราร้องไห้กับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง เราดื่มเพื่อลืมความเศร้า และหลายๆความสัมพันธ์ของเรามักเป็นเพียงแค่สัมพันธ์สั้นๆ

พวกเราอยู่ในโลกที่คอยบอกเราเสมอว่าทำอย่างไรถึงจะสมบูรณ์แบบ ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ มีเรือนร่างและผิวพรรณที่น่าอิจฉา มีเพื่อนดีๆ ความกดดันที่ทำให้เราอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุดนั้นมันเกิดขึ้นแล้วกับหลายๆคน คุณได้ทำลงไปแล้วเมื่อคุณหาเงินได้มากพอจะซื้อรถหรูๆมาอวด เช่าบ้านหรูๆมาซักหลัง สามารถไปงานปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยงได้ทุกๆสองอาทิตย์ หรือ เป็นหนุ่มฮอตที่มีแต่สาวรายล้อม สิ่งเหล่านี้นี่แหละที่เป็นจุดหมายทำให้คุณดิ้นรนให้ได้มา อย่างพวกผู้ชายที่เล่นกล้ามในยิม พวกแหกปากเรื่องตัวเลขในห้องประชุม พวกเขาเหล่านี้กำลังตบเท้าเดินหน้าเข้าไปหาชีวิตที่เพอเฟคอย่างไม่ย่อท้อ

พวกเราเลิกสนใจปริญญาต่างๆ และแทนทีต้นแบบอย่างนาย Sharmaji ka beta ด้วย ลูกชายของ Mr Malhotra ที่ชอบตีกลองและรักการดื่ม เขากลายเป็นต้นแบบใหม่แก่วัยรุ่นทุกคน และหนทางกว่าที่เขากว่าจะโดดเด่นได้นั้นมันยากมากกว่า Sharmaji ka beta เยอะ

ดูแล้วเหมือนพวกเราแทบจะไม่มีเวลาพักหายใจ คุณต้องเร่งมือให้ไปสู่เป้าหมาย คุณต้องสนุกไปกับมันและคุณยังต้องแน่ใจด้วยว่าไอความสนุกนั้นหน่ะมันจะอยู่ในโลกโซเซี่ยลแบบในทางที่คุณคาดหวังไว้ ความสนุกก็เลยกลายเป็นเหมือนหน้าที่ เหมือนมันเป็นเครื่องการันตีว่าคุณมีชีวิตดีๆจริง หลังจากนั่งทำงานในออฟฟิสมาทั้งอาทิตย์พวกเรามักจะไปบาร์ในคืนวันศุกร์ เพื่อพร่ำบ่นเรื่องเจ้านายและดื่มเพื่อลืมความทุกข์ ไม่ก็เพียงแค่ปลอบตัวเองว่ากำลังสนุกอยู่

นี่ไม่เรื่องเล่นๆ พวกเรามีชีวิตที่สบายและงานที่ดีแต่ปัญหาเล็กๆก็คอยซ่อนอยู่รอบๆเรา พวกเราเหมือนตัวประหลาด พวกเราวิตกกังวล พวกเราคือยอดมนุษย์ของศตวรรษที่21 ที่มีใบหน้าซ่อนความเจ็บปวดไว้อย่างแนบเนียน

ไม่มีใครสังเกตแต่เป็นเรื่องจริง คนแบบเราๆนั้นมีอยู่เต็มไปหมด เหมือนตอนที่เราขึ้นรถไฟใต้ดินจากบ้านทั้งๆที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้า ตอนที่วิทยาลัยติดประกาศผลที่บอร์ด ตอนที่เราเห็นเพื่อนๆกำลังลั้ลล้าวันหยุดอยู่ที่เบลเยี่ยม ตอนที่เริ่มสังเกตเห็นแนวผมที่ร่วงหรือตีนกาที่เพิ่มมาใต้ตา ตอนที่คู่เดทในทินเดอร์ไม่ตอบข้อความกลับหลังจากไปเดทด้วยกันครั้งแรก

พวกเราไม่มีความสุขหรอก เราต่างทำรุนแรงใส่ตัวเราเอง พวกเราไม่เคยปลอบตัวเองเลยว่า เฮ้ยแกทำได้ดีแล้วนะที่โตมาได้ขนาดนี้ แต่พวกเรากลับตำหนิตัวเอง กดดันตัวเราเอง ยอมทำอะไรที่ฝืนธรรมชาติอารมณ์และสภาพทางสังคมของตัวเอง พวกเรามั่วแต่มองไปที่ลูกชายของ Mr Malhotra และพยายามทำตัวเองให้เหนือกว่าเขา แล้วที่น่าตลกก็คือ เขาแทบจะไม่มีแรงกดดันจากพ่อแม่เลยแถมเขายังภูมิใจในตัวเองที่จะต่อต้านวิถีความเชื่อต่างๆ แล้วดูพวกเราสิ

มันเป็นเพราะว่าทุกคนเอาแต่บอกให้เราต้องเพอเฟค ต้องสนุก ความทะเยอทะยานนั้นร้ายกาจ มันเป็นเส้นบางๆระหว่างความสำเร็จกับการถูกครอบงำ มันไม่โอเคเลยถ้าเราจะทั้งเศร้าและจนแต่เราจะรับได้ถึงแม้ว่าเราจะทุกข์ใจแต่รวย ความข่มขื่นต่างๆเรายอมรับมันได้แต่ต้องไม่ใช่ความจน

ไม่มีใครบอกให้เราผ่อนคลาย ถึงจะไม่เพอเฟคถึงจะไม่มีแรงทะเยอทะยานมากมายก็ไม่เป็นไรหรอก เอาเข้าจริงมีหลายคนคอยบอกเราอยู่แหละ เพียงแต่เรามองข้ามและคิดว่าพวกเขาเป็นพวกขี้แพ้และล้าหลัง คิดดูสิก็ในหน้าไทม์ไลน์ของเราเต็มไปด้วยรูปภาพของชีวิตผู้คนที่แสนจะเพอเฟคไง แต่พวกเราลืมไปรึเปล่าว่าไอเรื่องราวพวกนั้นมันก็แค่รูปภาพ

ตอนที่เราหลับ สิ่งสุดท้ายที่เรามองคือหน้าจอโทรศัพท์ เลื่อนดูเรื่องราวในไทม์ไลน์อย่างไร้จุดหมาย พยายามมองหาอะไรซักอย่างที่บันเทิงใจ และที่กระตุ้นความอยากได้ในตัวเรา ความสนใจของเรามันเข้าสู่วิกฤติแล้ว พวกเราเบื่อเร็วและเบื่อง่าย อย่างระหว่างที่เขียนบทความนี้ผมเชคเฟสบุ้คของตัวเองประมาณ18ครั้งได้ ทั้งๆที่มันไม่มีแจ้งเตือนอะไรขึ้นนั้นแหละช่างเป็นความเคยชินที่ไร้ประโยชน์จริงๆ

เราแทบจะลืมการสูดอากาศเข้าสู่ปอด ครั้งสุดท้ายที่คุณเดินออกไปสูดอากาศที่ระเบียงโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรวุ่นวายในหัวมันเมื่อไหร่กัน? ไม่ต้องคอยกังวลถึงงานที่กองรออยู่ ไม่ต้องพยายามจดจำลิสรายการซื้อของใช้ต่างๆ ไม่ต้องฟุ้งซ่านกับคนรักคนเก่า เพียงแค่ต้องอยู่กับความรู้สึกในช่วงขณะนั้นก็พอ

พวกเรายังเป็นหนุ่มสาวทั่วๆไปที่สามารถควบคุมชีวิตของตัวเองได้ มีงานทำ(ไม่ว่าจะได้มาง่ายหรือยาก) พวกเรามีบ้านอยู่ มีเพื่อนมีครอบครัว มีเวลา ชีวิตของพวกเรามันสุดยอดแล้ว พวกเราควรเฉลิมฉลองให้กับมันด้วยซ้ำ แต่นี่พวกเรากับวิตกกังวลกันแทบเป็นแทบตาย

 

 

Leave a Reply