8 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่า พนักงาน พิเศษ เป็นคนอย่างไร

เราพอจะมองออกว่าลูกจ้างที่ดีเป็นแบบไหน อาจจะพึ่งพาได้ กระตือรือร้น ขยัน เป็นผู้นำ และเป็นผู้ตามที่ดี เราอาจจะนิยามพนักงานดีๆซักคนได้ด้วยคำพูดง่ายๆหลายๆคำ แต่ทักษะที่จะเอามาใช้งานได้จริงนั้นกลับหาได้ไม่ง่ายนัก ลูกจ้างบางคนมีความพิเศษ พวกเขามีทักษะและประสิทธิภาพที่ไม่ได้วัดจากแค่ผลงาน แต่สิ่งที่เขามีนั้นกลับมีอิทธิพลอย่างมากต่อการปฏิบัติงานในระดับตัวบุคคลเอง ต่อการทำงานของคนรอบตัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบริษัท 8 สัญญาณนี้จะบ่งบอกให้รู้ว่าพนักงานคนพิเศษที่แท้จริงมีลักษณะอย่างไร พวกเขาจะมองการณ์ไกลกว่าแค่คำจัดความของงานที่ได้รับ ยิ่งบริษัทเล็กเท่าไหร่ ตัวลูกจ้างที่รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รู้จักเรียงลำดับความสำคัญของงาน และทำทุกอย่างที่ส่งผลให้งานออกมาดี โดยที่ไม่มัวแต่ลิมิตตัวเองอยู่แค่หน้าที่ที่ตนมีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เช่น เมื่อโปรเจคของลูกค้าอยู่ในภาวะเสี่ยง ลูกจ้างคนพิเศษนั้นจะทราบปัญหานั้นทันทีโดยไม่มีใครบอกและจะไม่ลังเลที่จะลงมือจัดการกับปัญหานั้นถึงแม้ว่ามันจะอยู่นอกเหนือหน้าที่ของตนก็ตาม   พวกเขาเหมือนตัวประหลาดหน่อยๆ ลูกจ้างชั้นดีมักจะดูแตกต่าง เป็นคนแปลกๆ ดูไม่น่าเคารพในบางเวลา และไม่ตะขิดตะขวงใจที่ได้ทำตัวประหลาดๆ พวกเขาอาจดูแปลกแต่อยู่ในเชิงที่ดี นิสัยแปลกๆนั้นจะกระตุกความน่าสนใจขึ้นมา ทำให้การทำงานสนุกขึ้น และยังฉีกแนวทีมการทำงานพื้นๆให้มีสีสันรสชาติมากขึ้นด้วย คนที่ไม่กลัวที่จะแตกต่างจะกล้าฉีกกฎเกณฑ์ที่มีและท้าทายขอบเขตหน้าที่ของตนเอง พวกเขามักจะมาพร้อมกับไอเดียเจ๋งๆเสมอ พวกเขารู้ดีว่าเมื่อไหร่ควรควบคุมความโดดเด่นของตัวเอง มันจริงที่พฤติกรรมแปลกประหลาดนั้นมันสนุกแต่ถ้าถึงคราวที่ไม่สมควรแล้วหล่ะก็ เมื่อมีความท้าทายเกิดขึ้นสถานการณ์ถึงคราวต้องจริงจัง เหล่าลูกจ้างผู้มีบุคลลิกพิเศษเหล่านี้ก็สามารถความคุมตนเองและทำหน้าที่ในทีมได้อย่างเหมาะสมพนักงานคนพิเศษจะรู้ว่าเวลาไหนควรเล่นเวลาไหนควรจริงจัง

/ No comments

8 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่า พนักงาน พิเศษ เป็นคนอย่างไร

เราพอจะมองออกว่าลูกจ้างที่ดีเป็นแบบไหน อาจจะพึ่งพาได้ กระตือรือร้น ขยัน เป็นผู้นำ และเป็นผู้ตามที่ดี เราอาจจะนิยามพนักงานดีๆซักคนได้ด้วยคำพูดง่ายๆหลายๆคำ แต่ทักษะที่จะเอามาใช้งานได้จริงนั้นกลับหาได้ไม่ง่ายนัก ลูกจ้างบางคนมีความพิเศษ พวกเขามีทักษะและประสิทธิภาพที่ไม่ได้วัดจากแค่ผลงาน แต่สิ่งที่เขามีนั้นกลับมีอิทธิพลอย่างมากต่อการปฏิบัติงานในระดับตัวบุคคลเอง ต่อการทำงานของคนรอบตัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบริษัท 8 สัญญาณนี้จะบ่งบอกให้รู้ว่าพนักงานคนพิเศษที่แท้จริงมีลักษณะอย่างไร พวกเขาจะมองการณ์ไกลกว่าแค่คำจัดความของงานที่ได้รับ ยิ่งบริษัทเล็กเท่าไหร่ ตัวลูกจ้างที่รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รู้จักเรียงลำดับความสำคัญของงาน และทำทุกอย่างที่ส่งผลให้งานออกมาดี โดยที่ไม่มัวแต่ลิมิตตัวเองอยู่แค่หน้าที่ที่ตนมีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เช่น เมื่อโปรเจคของลูกค้าอยู่ในภาวะเสี่ยง ลูกจ้างคนพิเศษนั้นจะทราบปัญหานั้นทันทีโดยไม่มีใครบอกและจะไม่ลังเลที่จะลงมือจัดการกับปัญหานั้นถึงแม้ว่ามันจะอยู่นอกเหนือหน้าที่ของตนก็ตาม   พวกเขาเหมือนตัวประหลาดหน่อยๆ ลูกจ้างชั้นดีมักจะดูแตกต่าง เป็นคนแปลกๆ ดูไม่น่าเคารพในบางเวลา และไม่ตะขิดตะขวงใจที่ได้ทำตัวประหลาดๆ พวกเขาอาจดูแปลกแต่อยู่ในเชิงที่ดี นิสัยแปลกๆนั้นจะกระตุกความน่าสนใจขึ้นมา ทำให้การทำงานสนุกขึ้น และยังฉีกแนวทีมการทำงานพื้นๆให้มีสีสันรสชาติมากขึ้นด้วย คนที่ไม่กลัวที่จะแตกต่างจะกล้าฉีกกฎเกณฑ์ที่มีและท้าทายขอบเขตหน้าที่ของตนเอง พวกเขามักจะมาพร้อมกับไอเดียเจ๋งๆเสมอ พวกเขารู้ดีว่าเมื่อไหร่ควรควบคุมความโดดเด่นของตัวเอง มันจริงที่พฤติกรรมแปลกประหลาดนั้นมันสนุกแต่ถ้าถึงคราวที่ไม่สมควรแล้วหล่ะก็ เมื่อมีความท้าทายเกิดขึ้นสถานการณ์ถึงคราวต้องจริงจัง เหล่าลูกจ้างผู้มีบุคลลิกพิเศษเหล่านี้ก็สามารถความคุมตนเองและทำหน้าที่ในทีมได้อย่างเหมาะสมพนักงานคนพิเศษจะรู้ว่าเวลาไหนควรเล่นเวลาไหนควรจริงจัง

/ No comments

3 ปัจจัย ให้ได้งาน เมื่อเรียนจบ

ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้ เราคงจะรู้สึกว่ารถมันติดมากผิดปกติ สาเหตุหนึ่งก็มาจากเรามี บัณฑิตจบใหม่เข้ารับปริญญาบัตรกันแทบทุกสถาบันต่อเนื่องหลายวัน เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยจะได้คนรุ่นใหม่มาเป็นกำลังช่วยพัฒนาบ้านเมืองเพิ่มขึ้น ซึ่งในความน่ายินดีนี้คุณรู้ไหมว่าปีหนึ่งๆ มีเด็กจบออกมากว่าสองแสนคนแต่จะมีคนที่ได้งานทำทันทีประมาณห้าหมื่นคน นั่นเท่ากับทุกสี่คนจะมีคนต้องรองานถึงสามคนถ้าเราเป็นเด็กจบใหม่เราอยากให้ตัวเองเป็นหนึ่งคนที่ได้งานหรืออยู่ในสามคนที่ไม่ได้งานทันทีที่จบ ฉบับนี้เราขอเสนอ 3 ปัจจัยที่มีส่วนทำให้เราได้งานมากขึ้น พูดอีกแบบคือถ้าใครมี 3 ปัจจัยนี้แล้ว ก็จะช่วยให้เป็นแต้มต่อข้อได้เปรียบในการหางานนั่นเองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง Internship นักศึกษาทุกคนต้องผ่านวิชาการฝึกงานมาแล้วทั้งนั้น แล้วถามว่ามันจะสร้างความได้เปรียบได้ยังไงในเมื่อทุกคนก็เคยฝึกงาน ขอบอกว่าต่างมากเลยล่ะ เพราะอะไร ก็เพราะว่าการฝึกงานก็เสมือนการที่เราได้มีโอกาสแสดงฝีมือให้รุ่นพี่มืออาชีพเขาได้เห็นกับตาตัวเอง ใครทำงานได้ดีแค่ไหน ใครเก่ง ใครขยัน ใครอดทน ใครสู้งาน ใครเป็นยังไงพี่ๆ เขาดูออกได้ไม่ยาก ซึ่งจะทำให้เขาเล็งเห็นถึงความสามารถในตัวเราถ้าเราทำให้เขาประทับใจได้ในขณะที่ฝึกงาน เมื่อใดที่เราเรียนจบ ก็เหมือนคนเคยรู้จักกันมาก่อน เคยเห็นฝีไม้ลายมือกันมาบ้างแล้ว สิ่งนี้ก็จะกลายมาเป็นแต้มต่อให้เขาเลือกเราเข้าทำงานจริงได้ ถ้าเด็กคนไหนรู้จักใช้การฝึกงานเป็นเวทีโชว์ฝีมืออย่างเต็มที่ เมื่อฝึกงานเสร็จ คุณอาจจะได้ยิน คำพูดทำนองว่า “น้องเรียนจบเมื่อไหร่ก็กลับมาหาพี่อีกทีนะ” และนี่ก็คือแต้มต่อที่คุณมีมากกว่าเด็กคนอื่นแล้วนั่นเอง Network

/ No comments

3 ปัจจัย ให้ได้งาน เมื่อเรียนจบ

ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้ เราคงจะรู้สึกว่ารถมันติดมากผิดปกติ สาเหตุหนึ่งก็มาจากเรามี บัณฑิตจบใหม่เข้ารับปริญญาบัตรกันแทบทุกสถาบันต่อเนื่องหลายวัน เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยจะได้คนรุ่นใหม่มาเป็นกำลังช่วยพัฒนาบ้านเมืองเพิ่มขึ้น ซึ่งในความน่ายินดีนี้คุณรู้ไหมว่าปีหนึ่งๆ มีเด็กจบออกมากว่าสองแสนคนแต่จะมีคนที่ได้งานทำทันทีประมาณห้าหมื่นคน นั่นเท่ากับทุกสี่คนจะมีคนต้องรองานถึงสามคนถ้าเราเป็นเด็กจบใหม่เราอยากให้ตัวเองเป็นหนึ่งคนที่ได้งานหรืออยู่ในสามคนที่ไม่ได้งานทันทีที่จบ ฉบับนี้เราขอเสนอ 3 ปัจจัยที่มีส่วนทำให้เราได้งานมากขึ้น พูดอีกแบบคือถ้าใครมี 3 ปัจจัยนี้แล้ว ก็จะช่วยให้เป็นแต้มต่อข้อได้เปรียบในการหางานนั่นเองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง Internship นักศึกษาทุกคนต้องผ่านวิชาการฝึกงานมาแล้วทั้งนั้น แล้วถามว่ามันจะสร้างความได้เปรียบได้ยังไงในเมื่อทุกคนก็เคยฝึกงาน ขอบอกว่าต่างมากเลยล่ะ เพราะอะไร ก็เพราะว่าการฝึกงานก็เสมือนการที่เราได้มีโอกาสแสดงฝีมือให้รุ่นพี่มืออาชีพเขาได้เห็นกับตาตัวเอง ใครทำงานได้ดีแค่ไหน ใครเก่ง ใครขยัน ใครอดทน ใครสู้งาน ใครเป็นยังไงพี่ๆ เขาดูออกได้ไม่ยาก ซึ่งจะทำให้เขาเล็งเห็นถึงความสามารถในตัวเราถ้าเราทำให้เขาประทับใจได้ในขณะที่ฝึกงาน เมื่อใดที่เราเรียนจบ ก็เหมือนคนเคยรู้จักกันมาก่อน เคยเห็นฝีไม้ลายมือกันมาบ้างแล้ว สิ่งนี้ก็จะกลายมาเป็นแต้มต่อให้เขาเลือกเราเข้าทำงานจริงได้ ถ้าเด็กคนไหนรู้จักใช้การฝึกงานเป็นเวทีโชว์ฝีมืออย่างเต็มที่ เมื่อฝึกงานเสร็จ คุณอาจจะได้ยิน คำพูดทำนองว่า “น้องเรียนจบเมื่อไหร่ก็กลับมาหาพี่อีกทีนะ” และนี่ก็คือแต้มต่อที่คุณมีมากกว่าเด็กคนอื่นแล้วนั่นเอง Network

/ No comments

องค์กรขนาดเล็กกับขนาดใหญ่ ทำงานในองค์กรไหนดีกว่ากัน

“ทำบริษัทใหญ่ดีกว่า มั่นคงดี” “บริษัทเล็ก ๆ ทำงานกับคนน้อย ๆ จะได้ไม่ปวดหัวกับเรื่องเพื่อนร่วมงานนะ” เสียงถกเถียงที่เกิดขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากการที่พิมพาได้รับการติดต่อจากบริษัทสองแห่งให้เธอไปร่วมงานด้วย บริษัทหนึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่พูดชื่อไปใคร ๆ ก็คงจะรู้จัก ส่วนอีกแห่งแม้จะเป็นบริษัทขนาดเล็กแต่จากที่เธอไปหาข้อมูลมา ก็เป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือและน่าร่วมงานด้วย แต่ด้วยความที่เธอยังไม่เคยทำงานกับที่ไหนมาก่อนเลย เธอก็เลยไม่รู้ว่าเธอควรจะเริ่มต้นชีวิตการทำงานในองค์กรแบบไหนดี เธอจึงเลือกที่จะมาปรึกษาพ่อและแม่ที่เคยมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ซึ่งแต่ละคนก็ให้คำแนะนำและเหตุผลที่แตกต่างกัน ซึ่งนอกจากความมั่นคงที่ได้จากบริษัทใหญ่ หรือการทำงานในสภาพแวดล้อมที่เพื่อนร่วมงานทุกคนคุยกันได้แบบพี่น้องแล้ว การทำงานในองค์กรสองแบบนี้ก็ยังมีข้อดีข้อเสียอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งมีอะไรบ้าง JobThai.com/REACH ได้รวบรวมไว้ให้แล้ว     คนที่ทำงานองค์กรใหญ่จะมีหน้าที่รับผิดชอบและ Career Path ที่ชัดเจนกว่าองค์กรเล็ก คนทำงานองค์กรเล็กอาจต้องไปช่วยงานคนแผนกอื่นด้วย แต่นั่นก็จะทำให้ได้เรียนรู้ทักษะอื่น ๆ องค์กรขนาดใหญ่อาจจะมีสวัสดิการให้พนักงานมากกว่าบริษัทเล็ก เพราะมีความคล่องตัวทางการเงินมากกว่า คนที่ทำงานในองค์กรขนาดเล็กจะมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหารง่ายกว่า และเวลาทำงาน ขั้นตอนต่าง ๆ

/ One Comment

องค์กรขนาดเล็กกับขนาดใหญ่ ทำงานในองค์กรไหนดีกว่ากัน

“ทำบริษัทใหญ่ดีกว่า มั่นคงดี” “บริษัทเล็ก ๆ ทำงานกับคนน้อย ๆ จะได้ไม่ปวดหัวกับเรื่องเพื่อนร่วมงานนะ” เสียงถกเถียงที่เกิดขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากการที่พิมพาได้รับการติดต่อจากบริษัทสองแห่งให้เธอไปร่วมงานด้วย บริษัทหนึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่พูดชื่อไปใคร ๆ ก็คงจะรู้จัก ส่วนอีกแห่งแม้จะเป็นบริษัทขนาดเล็กแต่จากที่เธอไปหาข้อมูลมา ก็เป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือและน่าร่วมงานด้วย แต่ด้วยความที่เธอยังไม่เคยทำงานกับที่ไหนมาก่อนเลย เธอก็เลยไม่รู้ว่าเธอควรจะเริ่มต้นชีวิตการทำงานในองค์กรแบบไหนดี เธอจึงเลือกที่จะมาปรึกษาพ่อและแม่ที่เคยมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ซึ่งแต่ละคนก็ให้คำแนะนำและเหตุผลที่แตกต่างกัน ซึ่งนอกจากความมั่นคงที่ได้จากบริษัทใหญ่ หรือการทำงานในสภาพแวดล้อมที่เพื่อนร่วมงานทุกคนคุยกันได้แบบพี่น้องแล้ว การทำงานในองค์กรสองแบบนี้ก็ยังมีข้อดีข้อเสียอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งมีอะไรบ้าง JobThai.com/REACH ได้รวบรวมไว้ให้แล้ว     คนที่ทำงานองค์กรใหญ่จะมีหน้าที่รับผิดชอบและ Career Path ที่ชัดเจนกว่าองค์กรเล็ก คนทำงานองค์กรเล็กอาจต้องไปช่วยงานคนแผนกอื่นด้วย แต่นั่นก็จะทำให้ได้เรียนรู้ทักษะอื่น ๆ องค์กรขนาดใหญ่อาจจะมีสวัสดิการให้พนักงานมากกว่าบริษัทเล็ก เพราะมีความคล่องตัวทางการเงินมากกว่า คนที่ทำงานในองค์กรขนาดเล็กจะมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหารง่ายกว่า และเวลาทำงาน ขั้นตอนต่าง ๆ

/ One Comment

วิธีเขียนเรซูเม่ให้น่าสนใจ… 3 สิ่งนี้ไงที่จะทำให้ HR สนใจคุณ

วิธีเขียนเรซูเม่สมัครงานอย่างถูกต้อง อย่าลืมให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องต่อไปนี้ ที่จะทำให้ฝ่ายบุคคลเรียกคุณเข้าสัมภาษณ์งาน ใบเบิกทางขั้นต้นที่จะช่วยให้เราได้งานนั่นก็คือ เรซูเม่ (Resume) หรือจดหมายแนะนำตัวในการสมัครงาน ซึ่งเป็นการเขียนประวัติส่วนตัวโดยย่อ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน รวมทั้งความถนัด ความสามารถพิเศษ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัคร หากเราเขียนเรซูเม่ดี สามารถดึงดูดความสนใจของฝ่ายบุคคล (HR) ได้ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์งานได้มากขึ้น งานนี้ JobThai.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์หางานที่มีคนเข้ามาฝากเรซูเม่เพื่อสมัครงานในองค์กรต่าง ๆ กว่า 1,100,000 คน จึงได้แนะนำเทคนิคการเขียนเรซูเม่ที่ดีเพื่อให้ HR สนใจและมีโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ ดังนี้ 1. ข้อมูลส่วนตัว ถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในเรซูเม่ ประกอบไปด้วยรูปภาพ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ประวัติการศึกษา

/ No comments

วิธีเขียนเรซูเม่ให้น่าสนใจ… 3 สิ่งนี้ไงที่จะทำให้ HR สนใจคุณ

วิธีเขียนเรซูเม่สมัครงานอย่างถูกต้อง อย่าลืมให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องต่อไปนี้ ที่จะทำให้ฝ่ายบุคคลเรียกคุณเข้าสัมภาษณ์งาน ใบเบิกทางขั้นต้นที่จะช่วยให้เราได้งานนั่นก็คือ เรซูเม่ (Resume) หรือจดหมายแนะนำตัวในการสมัครงาน ซึ่งเป็นการเขียนประวัติส่วนตัวโดยย่อ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน รวมทั้งความถนัด ความสามารถพิเศษ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัคร หากเราเขียนเรซูเม่ดี สามารถดึงดูดความสนใจของฝ่ายบุคคล (HR) ได้ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์งานได้มากขึ้น งานนี้ JobThai.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์หางานที่มีคนเข้ามาฝากเรซูเม่เพื่อสมัครงานในองค์กรต่าง ๆ กว่า 1,100,000 คน จึงได้แนะนำเทคนิคการเขียนเรซูเม่ที่ดีเพื่อให้ HR สนใจและมีโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ ดังนี้ 1. ข้อมูลส่วนตัว ถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในเรซูเม่ ประกอบไปด้วยรูปภาพ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ประวัติการศึกษา

/ No comments

สมัครงานอย่างไรให้ได้งาน

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยต่างๆ จัดให้มีการรับปริญญาบัตร ต้นปีหน้าพ.ศ.2560นักศึกษารุ่นต่อไปก็จะสำเร็จการศึกษาตามออกมาอีก1รุ่น ท่านทราบหรือไม่ว่าประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยกี่แห่ง   แล้วปีๆ  หนึ่งมีนักศึกษาจบใหม่กี่คน มหาวิทยาลัยของรัฐมี 33 แห่ง มหาวิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลอีก 41 แห่ง มหาวิทยาลัยสถาบันราชภัฏ อีก 41 แห่ง มหาวิทยาลัยเอกชนอีก 65 แห่ง เป็นไงบ้างครับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษามากกว่า 180 แห่ง แล้วใน 1 ปี จะมีนักศึกษาจบใหม่กี่คน สังเกตได้จากการรับพระราชทานปริญญาหรือการรับปริญญาบัตรใน 1วัน นักศึกษาเข้ารับปริญญากันรอบละ 2,500ถึง 3,000คน แต่ละสถาบันปัจจุบันรับปริญญากันอย่างน้อย 2 วัน ลองคูณตัวเลขดูครับ นักศึกษาจบใหม่ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านคน แต่จากข้อมูลสถิติของกระทรวงศึกษาธิการปรากฏว่ามีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี   พ.ศ.

/ No comments

สมัครงานอย่างไรให้ได้งาน

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยต่างๆ จัดให้มีการรับปริญญาบัตร ต้นปีหน้าพ.ศ.2560นักศึกษารุ่นต่อไปก็จะสำเร็จการศึกษาตามออกมาอีก1รุ่น ท่านทราบหรือไม่ว่าประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยกี่แห่ง   แล้วปีๆ  หนึ่งมีนักศึกษาจบใหม่กี่คน มหาวิทยาลัยของรัฐมี 33 แห่ง มหาวิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลอีก 41 แห่ง มหาวิทยาลัยสถาบันราชภัฏ อีก 41 แห่ง มหาวิทยาลัยเอกชนอีก 65 แห่ง เป็นไงบ้างครับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษามากกว่า 180 แห่ง แล้วใน 1 ปี จะมีนักศึกษาจบใหม่กี่คน สังเกตได้จากการรับพระราชทานปริญญาหรือการรับปริญญาบัตรใน 1วัน นักศึกษาเข้ารับปริญญากันรอบละ 2,500ถึง 3,000คน แต่ละสถาบันปัจจุบันรับปริญญากันอย่างน้อย 2 วัน ลองคูณตัวเลขดูครับ นักศึกษาจบใหม่ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านคน แต่จากข้อมูลสถิติของกระทรวงศึกษาธิการปรากฏว่ามีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี   พ.ศ.

/ No comments

5 วิธีเขียนเรซูเม่ สำหรับคนที่จะเปลี่ยนสายงานให้โดดเด่น ไม่ถูกคัดทิ้ง

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับคนที่คิดจะเปลี่ยนสายงาน ถ้าคุณกำลังกังวลว่าเรซูเม่ของคุณจะถูกคัดทิ้ง เพราะคุณสมัครงานไม่ตรงสายกับที่เรียนมา หรือสมัครงานไม่ตรงสายกับประสบการณ์การทำงานของคุณอยู่ นี่คือ 5 วิธี ที่ jobsDB อยากให้คุณทำ เพื่อเรซูเม่สำหรับคนที่เปลี่ยนสายงานอย่างคุณ จะได้โดดเด่นไม่แพ้ใคร 1. ตอบตัวเองให้ได้ว่า “ทำไมถึงจะเปลี่ยนสายงาน” สิ่งแรกที่คุณต้องทำ ก่อนจะลงมือเขียนเรซูเม่ฉบับนี้ คือ คุณต้องถามตัวเองให้ดีก่อนว่า “ทำไมคุณถึงจะเปลี่ยนสายงาน” เพราะคำถามนี้ ต้องเป็นคำถามแรกที่ฝ่ายบุคคลถามคุณแน่นอน จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องตอบคำถามนี้ให้ชัดเจน ถ้าคุณตอบแค่เพียงว่า “คุณอยากมองหาการเปลี่ยนแปลง” บอกได้เลยว่า คำตอบนี้ไม่น่าสนใจพอที่จะดึงดูดให้ฝ่ายบุคคลสนใจคุณเลย เพราะฝ่ายบุคคลเค้าต้องการความเชื่อมั่นว่า ถ้าเค้าจ้างคุณมาแล้ว คุณจะมีความมุ่งมั่นทำงานในสายงานใหม่ที่คุณเลือกนี้ได้จริง และสามารถบรรลุเป้าหมายที่เค้าต้องการ เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นเลย ถามตัวเองก่อนว่า “ทำไมคุณถึงจะทำงานนี้” จงซื่อสัตย์และตอบคำถามนี้กับตัวเองให้ได้ก่อน 2. ทิ้งเรซูเม่เก่าไป เขียนเรซูเม่ใหม่ขึ้นมา

/ No comments

5 วิธีเขียนเรซูเม่ สำหรับคนที่จะเปลี่ยนสายงานให้โดดเด่น ไม่ถูกคัดทิ้ง

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับคนที่คิดจะเปลี่ยนสายงาน ถ้าคุณกำลังกังวลว่าเรซูเม่ของคุณจะถูกคัดทิ้ง เพราะคุณสมัครงานไม่ตรงสายกับที่เรียนมา หรือสมัครงานไม่ตรงสายกับประสบการณ์การทำงานของคุณอยู่ นี่คือ 5 วิธี ที่ jobsDB อยากให้คุณทำ เพื่อเรซูเม่สำหรับคนที่เปลี่ยนสายงานอย่างคุณ จะได้โดดเด่นไม่แพ้ใคร 1. ตอบตัวเองให้ได้ว่า “ทำไมถึงจะเปลี่ยนสายงาน” สิ่งแรกที่คุณต้องทำ ก่อนจะลงมือเขียนเรซูเม่ฉบับนี้ คือ คุณต้องถามตัวเองให้ดีก่อนว่า “ทำไมคุณถึงจะเปลี่ยนสายงาน” เพราะคำถามนี้ ต้องเป็นคำถามแรกที่ฝ่ายบุคคลถามคุณแน่นอน จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องตอบคำถามนี้ให้ชัดเจน ถ้าคุณตอบแค่เพียงว่า “คุณอยากมองหาการเปลี่ยนแปลง” บอกได้เลยว่า คำตอบนี้ไม่น่าสนใจพอที่จะดึงดูดให้ฝ่ายบุคคลสนใจคุณเลย เพราะฝ่ายบุคคลเค้าต้องการความเชื่อมั่นว่า ถ้าเค้าจ้างคุณมาแล้ว คุณจะมีความมุ่งมั่นทำงานในสายงานใหม่ที่คุณเลือกนี้ได้จริง และสามารถบรรลุเป้าหมายที่เค้าต้องการ เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นเลย ถามตัวเองก่อนว่า “ทำไมคุณถึงจะทำงานนี้” จงซื่อสัตย์และตอบคำถามนี้กับตัวเองให้ได้ก่อน 2. ทิ้งเรซูเม่เก่าไป เขียนเรซูเม่ใหม่ขึ้นมา

/ No comments

ทำไมฝ่ายบุคคลควรเลิกใช้สวัสดิการที่ไม่จำเป็นเอาใจพนักงาน

สวัสดิการของบริษัทยุคใหม่ ๆ เริ่มดูไม่เข้าท่าขึ้นทุกที ทั้งอาหารฟรีไม่อั้น ยิมในออฟฟิศ เปลญวน ผาจำลอง คนเผ้าประตูส่วนตัว หรือจะงบตกแต่งโต๊ะทำงานหลายแสน รู้หรือไม่ว่ายิ่งบริษัทพยายามให้สวัสดิการมากมายเท่าไหร่ยิ่งทำให้พนักงานไม่เข้าใจว่าทำไมการจะมีความสุขในการทำงานต้องทำถึงขนาดนั้น ซึ่งแน่นอนว่าในขณะเดียวกันหลายคนก็คงทึ่งในความล่อใจของสิ่งที่ได้ยิน ก็แหมใครหล่ะจะไม่อยากให้เจ้านายจ่ายค่าจัดงานแต่งงานให้ นั่นแหละที่ทำให้ฝ่ายบุคคลพยายามโฆษณาข้อดีข้อเด่นของบริษัททั้งหมดก็หวังเพื่อจะดึงดูดพนักงานเก่ง ๆ เข้ามา และแน่นอนว่าบริษัทต้องไม่ยอมเสียเปรียบ ถ้าบริษัทเสนอสวัสดิการทั้งหมดข้างบนนั้น คุณก็ควรเตรียมรับมือกับการทำงานไว้ให้ดี เพราะอย่างที่ว่ากันไว้ว่าที่เจ้านายต้องออกสวัสดิการล้ำ ๆ นั้นก็เพื่อทำให้บริษัทเป็นที่ต้องการของพนักงานเอง อันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่สวัสดิการที่ดึงพนักงานไว้ แต่เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดีต่างหาก และ 3 วิธีต่อไปนี้เป็นวิธีการสร้างวัฒนธรรมที่จะสร้างความกระตือรือร้นและความสนใจให้เหล่าพนักงาน เปลี่ยนอาหารฟรีเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์แทน อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด จริง ๆ แล้วอาหารฟรีก็ดีมาก อย่างฉันก็ชอบชิมอาหารฟรีเป็นชิวิตจิตใจ ยิ่งถ้ามีอาหารฟรีที่ที่ทำงานด้วยหล่ะก็ยิ่งชอบใหญ่ แต่อาหารฟรีที่บริษัทมันจะส่งผลต่อจิตสำนึกของเรายังไงหล่ะ การมีอาหารฟรีที่ที่ทำงานจะทำให้เรายึดติดกับงานมากกว่าที่ควร แทนที่ตอนกลางวันจะออกไปหาอะไรกินนอกบริษัท คุณจะคิดว่าทำเองแล้วก็เอามานั่งกินที่โต๊ะทำงานก็ได้นี่นา จากนั้นก็

/ No comments

ทำไมฝ่ายบุคคลควรเลิกใช้สวัสดิการที่ไม่จำเป็นเอาใจพนักงาน

สวัสดิการของบริษัทยุคใหม่ ๆ เริ่มดูไม่เข้าท่าขึ้นทุกที ทั้งอาหารฟรีไม่อั้น ยิมในออฟฟิศ เปลญวน ผาจำลอง คนเผ้าประตูส่วนตัว หรือจะงบตกแต่งโต๊ะทำงานหลายแสน รู้หรือไม่ว่ายิ่งบริษัทพยายามให้สวัสดิการมากมายเท่าไหร่ยิ่งทำให้พนักงานไม่เข้าใจว่าทำไมการจะมีความสุขในการทำงานต้องทำถึงขนาดนั้น ซึ่งแน่นอนว่าในขณะเดียวกันหลายคนก็คงทึ่งในความล่อใจของสิ่งที่ได้ยิน ก็แหมใครหล่ะจะไม่อยากให้เจ้านายจ่ายค่าจัดงานแต่งงานให้ นั่นแหละที่ทำให้ฝ่ายบุคคลพยายามโฆษณาข้อดีข้อเด่นของบริษัททั้งหมดก็หวังเพื่อจะดึงดูดพนักงานเก่ง ๆ เข้ามา และแน่นอนว่าบริษัทต้องไม่ยอมเสียเปรียบ ถ้าบริษัทเสนอสวัสดิการทั้งหมดข้างบนนั้น คุณก็ควรเตรียมรับมือกับการทำงานไว้ให้ดี เพราะอย่างที่ว่ากันไว้ว่าที่เจ้านายต้องออกสวัสดิการล้ำ ๆ นั้นก็เพื่อทำให้บริษัทเป็นที่ต้องการของพนักงานเอง อันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่สวัสดิการที่ดึงพนักงานไว้ แต่เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดีต่างหาก และ 3 วิธีต่อไปนี้เป็นวิธีการสร้างวัฒนธรรมที่จะสร้างความกระตือรือร้นและความสนใจให้เหล่าพนักงาน เปลี่ยนอาหารฟรีเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์แทน อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด จริง ๆ แล้วอาหารฟรีก็ดีมาก อย่างฉันก็ชอบชิมอาหารฟรีเป็นชิวิตจิตใจ ยิ่งถ้ามีอาหารฟรีที่ที่ทำงานด้วยหล่ะก็ยิ่งชอบใหญ่ แต่อาหารฟรีที่บริษัทมันจะส่งผลต่อจิตสำนึกของเรายังไงหล่ะ การมีอาหารฟรีที่ที่ทำงานจะทำให้เรายึดติดกับงานมากกว่าที่ควร แทนที่ตอนกลางวันจะออกไปหาอะไรกินนอกบริษัท คุณจะคิดว่าทำเองแล้วก็เอามานั่งกินที่โต๊ะทำงานก็ได้นี่นา จากนั้นก็

/ No comments